การลงทุนในทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่กองทุนลงทุนครั้งแรก

TFFIF จะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายส่วนเพิ่มทุนและเงินทุนเริ่มแรกของกองทุน หลังหักค่าใช้จ่ายทางธุรกรรมที่เกี่ยวข้องแล้ว ไปลงทุนในสิทธิในรายได้ที่โอนที่เกิดขึ้นจากเส้นทางในปัจจุบันของทางพิเศษที่กองทุนเข้าลงทุนในรายได้ครั้งแรก ซึ่ง กทพ. เป็นผู้ทำหน้าที่บริหารจัดการตามธุรกิจปกติ (Day-to-Day Management) ตามที่กฎหมายกำหนด และตามข้อตกลงในสัญญาโอนและรับโอนสิทธิในรายได้ โดยรายได้ที่โอนจะคิดเป็นร้อยละ 45 ของรายได้ค่าผ่านทางรวมสุทธิที่จัดเก็บได้จากเส้นทางในปัจจุบันของทางพิเศษที่กองทุนเข้าลงทุนในรายได้ครั้งแรกเป็นระยะเวลา 30 ปี นับจากวันโอนสิทธิ โดยหาก กทพ.สามารถดำเนินการบรรลุเป้าหมายรายได้ที่กำหนดไว้สำหรับเส้นทางในปัจจุบันของทางพิเศษที่กองทุนเข้าลงทุนในรายได้ครั้งแรกตามสัญญาโอนและรับโอนสิทธิในรายได้

รายได้ที่โอนจะคิดเป็นร้อยละ 45 ของรายได้ค่าผ่านทางรวมสุทธิที่จัดเก็บได้จากเส้นทางในปัจจุบันของทางพิเศษที่กองทุนเข้าลงทุนในรายได้ครั้งแรกเป็นระยะเวลา 30 ปี นับจากวันโอนสิทธิ

กองทุนจะได้รับส่วนแบ่งในสัดส่วนที่ลดลงเฉพาะส่วนของรายได้ค่าผ่านทางรวมสุทธิที่เกินกว่าเป้าหมายรายได้ที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจสำหรับ กทพ. ตามรายละเอียดที่กำหนดในสัญญาโอนและรับโอนสิทธิในรายได้ ทั้งนี้ เงินส่วนที่เหลือจากการลงทุนดังกล่าว (หากมี) จะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของกองทุนสำหรับงานด้านธุรการเกี่ยวกับทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่กองทุนลงทุนครั้งแรก และใช้เป็นเงินทุนสำรอง รวมทั้งลงทุนในทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม


การลงทุนในทรัพย์สินหลัก - ทรัพย์สินที่กองทุนลงทุนเพิ่มเติม

นอกเหนือจากการลงทุนของกองทุนในสิทธิในรายได้ที่โอนซึ่งกองทุนจะได้มาตามสัญญาโอนและรับโอนสิทธิในรายได้ บริษัทจัดการในนามของกองทุน อาจลงทุนในกิจการโครงสร้างพื้นฐานอื่นโดยการได้มาซึ่งทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานตามที่กฎหมายหลักทรัพย์ให้กระทำได้ และเป็นไปตามโครงการจัดการกองทุน

การลงทุนในทรัพย์สินรอง - การลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นที่กองทุนลงทุนได้

นอกเหนือจากการลงทุนในทรัพย์สินหลักตามที่ได้ระบุไว้แล้ว กองทุนอาจดำเนินการลงทุนในทรัพย์สินรองและทรัพย์สินอื่นๆ โดยให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด